ตัดเกรดแข้ง “ปีศาจแดง” นัดบุกเฉือนเบิร์นลี่ย์

ริยาด มาห์เรซ ยิงประตูตอกฝาโลงช่วย “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านไล่อัด “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด 2-0 รับสามแต้มสำคัญพร้อมแซงขึ้นไปรั้งอันดับที่ 7 ของตารางคะแนน ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2560
เลสเตอร์ ซิตี้ 2   –   0 วัตฟอร์ด

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม
เลสเตอร์ เปลี่ยน 8 ตำแหน่งจากเกมล่าสุดใน เอฟเอ คัพ คู่หน้าใช้ ชินจอ โอกาซากิ กับ เจมี่ วาร์ดี้ ฝั่ง วัตฟอร์ด ต้องใช้ โอเรสติส คาร์เนซิส เฝ้าเสาแทน เอวเรลโญ่ โกเมส หน้าเป้าเลือก ทรอย ดีนี่ย์

ผ่านไปเพียง 5 นาที เจ้าบ้านลุ้นนำเร็ว ชินจิ โอกาซากิ บอมบ์ขึ้นหน้า เจมี่ วาร์ดี้ วิ่งไล่กวดตามบอลก่อนเอาชนะ โมลล่า วาเก้ แล้วลากเข้าเขตโทษไปยิงติดเซฟ โอเรสติส คาร์เนซิส ก่อน โอกาซากิ โหม่งซ่ำข้ามคานไปไกล

2 นาทีถัดมา เลสเตอร์ ได้ลุ้เป็นเกมที่แมนฯ ยูไนเต็ด กว่าจะได้ประตูก็หืดจับอยู่เหมือนกัน และมีโอกาสเพิ่มสกอร์หลายครั้งแต่ทำไม่ได้ ทำให้ช่วงท้ายเกมต้องมาลุ้นเหนื่อย แต่ยังดีที่ยันสกอร์ไว้ได้ บุกมาเชือดเบิร์นลี่ย์ 1-0 มาดูกันว่า นักเตะ “ผีแดง” แต่ละคน ทำผลงานเป็นอย่างไรบ้าง

ดาบิด เด เคอา 6.5
ไม่ค่อยมีจังหวะเซฟยากๆเท่าไหร่นัก เก็บคลีนชีตเป็นนัดที่ 14 ได้สำเร็จ

อันโตนิโอ วาเลนเซีย 6.5
ไม่ค่อยได้เติมเกมรุกเหมือนปกติ ส่วนใหญ่จะอยู่ช่วยเกมรับมากกว่า แต่ยังเล่นได้ตามมาตรฐาน

คริส สมอลลิ่ง 6.5
มีเข้าบอลโฉ่งฉ่างบางครั้ง โชคดีที่มีฟิล โจนส์คอยซ้อนไว้ แต่ยังมีสกัดจังหวะสำคัญได้หลายจังหวะ

ฟิล โจนส์ 9.5
ยืนเซนเตอร์ได้เหนียวแน่น สกัดลูกครอสและจังหวะสำคัญได้หมด สมควรได้รับแมนออฟเดอะแมทช์

แอชลี่ย์ ยัง 7
กลับมาทวงตำแหน่งจากลุค ชอว์ อีกครั้ง มีจังหวะกระชากสวยในครึ่งแรก เป็นส่วนสำคัญในเกมรับด้วย

ปอล ป็อกบา  6.5
พยายามเล่นยากหลายจังหวะ และมีหลายจังหวะน่าทำได้ดีกว่านี้ แต่เป็นคนสร้างโอกาสให้ ผีแดง ได้หลายครั้ง

เนมานย่า มาติช 6
การตัดบอลแดนกลางยังมีประโยชน์เสมอ แต่ก็จ่ายบอลเสียหลายครั้งเช่นกัน

ฆวน มาต้า 5
ไม่ค่อยมีบทบาทในเกมรุกเท่าไหร่นัก ครองบอลกับตัวนานทำให้จังหวะทำเกมรุกช้า โดนเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลัง

เจสซี่ ลินการ์ด 6
ถึงแม้ว่าจะจ่ายบอลสำเร็จถึง 97% แต่มีส่วนร่วมน้อยในเกมน้อยมาก ยังดีที่ได้ลูกขยันวิ่งไล่บอล

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 8
ช่วงครึ่งแรกเจาะ ฟิล บาร์ดสลี่ย์ไม่เข้า แต่ครึ่งหลังกลับมาแก้ตัวยิงประตูได้ เป็นการยิง 3 นัดติดต่อกันด้วย

โรเมลู ลูกากู 7
ถึงแม้ว่าจะไม่มีชื่อทำประตู แต่มีส่วนในเกมรุกบ่อยครั้งและทำแอสซิสต์ได้ อย่างไรก็ตามยังมีจังหวะตัดสินใจช้าอยู่บางครั้ง

ผู้เล่นสำรอง

มารูยาน เฟลไลนี่ 5
ลงมาครึ่งหลัง ตัดบอลแดนกลางเป็นส่วนใหญ่

มาร์คัส แรชฟอร์ด 3
ลงมาเกือบท้ายครึ่งหลัง  มีจังหวะทำเกมรุก แต่ทำเสียบอลง่ายหลายครั้ง

อังเดร เอเรร่า 1
ลงมาไล่บอลในช่วงทดเวลานอีกครั้งจากฟรีคิกของ ริยาด มาห์เรซ เปิดเข้าเขตโทษ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โหม่งย้อนไปหน้าประตู วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ได้ยิงระยะเผาขนติดบล็อก ริชาร์ลิซอน

นาที 39 “จิ้งจอก” ได้จุดโทษจากจังหวะที่ เจมี่ วาร์ดี้ โดน โมลล่า วาเก้ โดนกระแทกล้มในเขตโทษ วาร์ดี้ ลุกขึ้นมาสังหารเองด้วยขวาเสียบมุมขวาล่างเป็นประตูนำ 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มเล่นต่อครึ่งหลัง นาที 51 เลสเตอร์ น่าได้เพิ่ม เจมวี่ วาร์ดี้ หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วหักเข้ากลาง ชินจิ โอกาซากิ ตวัดยิงด้วยซ้ายแต่บดไป โอเรสติส คาร์เนซิส ล้มตัวรับสบาย

นาที 71 ริยาด มาห์เรซ จิ้มให้ เจมี่ วาร์ดี้ ทะลุไปยิงชนเสา แต่ถึงเข้าก็ไม่ได้ประตู เพราะโดนจับล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ช่วงทดเวลานาทีที่ 91 เจ้าถิ่นได้ประตูปิดกล่อง 2-0 จาก ริยาด มาห์เรซ

จบเกม เลสเตอร์ เปิดบ้านอัด วัตฟอร์ด 2-0 รับสามแต้มสำคัญพร้อมแซงขึ้นไปรั้งอันดับที่ 7 ของตารางคะแนน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, แดเนี่ยล อมาร์ตีย์, อเล็คซานดาร์ ดราโกวิช, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, เบน ชิลเวลล์, ริยาด มาห์เรซ, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, แมทธิว เจมส์, มาร์ค อัลไบรท์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้
สำรอง : เบน เฮเมอร์, เดมาไร เกรย์, เคเลชี่ อิเฮียนาโช่, อาเดรียน ซิลวา, คริสเตียน ฟุคส์, ฟุสเซนี่ ดิยาบาเต้, โยอัน เบอนาลูอาน

วัตฟอร์ด : โอเรสติส คาร์เนซิส, ดารีล ยันมาต, โมลล่า วาเก้, คริสติย็อง กาบาเซเล่, มาร์วิน ซีเกลาร์, อับดูลาย ดูกูเร่, เบน วัตสัน, อันเดร การ์รีโย่, โรเบร์โต้ เปเรย์ร่า, ริชาร์ลิซอน, ทรอย ดีนี่ย์
สำรอง : ดาเนี่ยล บัคมันน์, เซบาสเตียน โพรเดิ้ล, อาเดรียน มาริอัปป้า, เจอโรม ซินแคลร์, อันเดร เกรย์, เอเตียน กาปู, สเตฟาโน่ โอกาก้า

ผู้ตัดสิน : ลี โพรเบิร์ท

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*